แนะแนวฯโรงเรียนไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี วันที่ 10 มกราคม 2569

 


โลกกำลังวิ่งไปข้างหน้าเร็วขึ้นอย่างที่มนุษย์ไม่เคยคุ้นชินมาก่อน เครื่องจักรเริ่มคิดได้ ปัญญาประดิษฐ์เริ่มตัดสินใจแทนคน หุ่นยนต์ค่อย ๆ เข้ามาแทนแรงงานในงานที่ซ้ำ ซาก และต้องใช้ความแม่นยำสูง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “เทคโนโลยีจะมาไหม” แต่คือ “เมื่อมันมาแล้ว ชีวิตมนุษย์จะเหลืออะไรให้ทำ”



มีคนมองไปไกลถึงวันที่การทำงานไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป วันที่รายได้ไม่ใช่ศูนย์กลางของการมีชีวิตอยู่ เพราะเครื่องจักรสามารถผลิตทุกอย่างได้เพียงพอสำหรับทุกคน ฟังดูเหมือนโลกในอุดมคติ ที่มนุษย์ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องเหนื่อยเพื่อความอยู่รอด แต่เมื่อคิดให้ลึกขึ้น คำถามใหม่ก็ผุดขึ้นมาแทนที่ทันทีว่า หากวันนั้นมาถึงจริง มนุษย์จะใช้ชีวิตไปเพื่ออะไร



เพราะตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา “การทำงาน” ไม่ได้มีหน้าที่แค่หาเงิน แต่มันหล่อหลอมตัวตน ให้คุณค่า ให้ศักดิ์ศรี และให้ความหมายกับชีวิตของผู้คน หลายคนไม่ได้ภูมิใจเพราะรวย แต่ภูมิใจเพราะตนเอง “ทำได้” “สร้างได้” และ “มีประโยชน์ต่อใครบางคน” หากวันหนึ่งงานไม่จำเป็น เงินไม่สำคัญ คำว่า “คุณค่า” จะถูกนิยามใหม่อย่างไร



บางทีโลกในอนาคตอาจไม่ใช่โลกที่มนุษย์ไม่ต้องทำงานเลย แต่เป็นโลกที่มนุษย์ไม่จำเป็นต้องทำงานเพียงเพื่อความอยู่รอดอีกต่อไป งานจะไม่ใช่โซ่ตรวน แต่เป็นทางเลือก เป็นพื้นที่ให้มนุษย์ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ความเมตตา และความเป็นมนุษย์ในแบบที่เครื่องจักรเลียนแบบไม่ได้ ศิลปะ การดูแลกัน การคิดเชิงจริยธรรม การตั้งคำถามต่อชีวิต อาจกลายเป็นงานที่สำคัญยิ่งกว่างานใด ๆ



อย่างไรก็ตาม ช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนจะถึงวันนั้นอาจไม่สวยงาม คนจำนวนมากอาจหลุดออกจากระบบเร็วกว่าที่จะตั้งตัวทัน ความเหลื่อมล้ำอาจขยาย หากสังคมไม่เตรียมรับมือ เทคโนโลยีไม่เคยใจดีหรือใจร้ายในตัวมันเอง สิ่งที่กำหนดทิศทางคือมนุษย์ที่เลือกจะใช้มันเพื่อใคร และทิ้งใครไว้ข้างหลัง


ในโลกที่ปัญญาประดิษฐ์เก่งขึ้นทุกวัน คำถามที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ว่า “เราจะทำงานอะไร” แต่คือ “เราจะเป็นมนุษย์แบบไหน” หากวันหนึ่งเงินไม่ใช่เป้าหมาย งานไม่ใช่ภาระ สิ่งที่เหลืออยู่คือความรับผิดชอบต่อกันและกัน และความหมายที่เราต้องสร้างขึ้นด้วยตัวเอง

อนาคตอาจทำให้การทำงานเป็นเพียงทางเลือก แต่การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า จะยังคงเป็นสิ่งที่ไม่มีเทคโนโลยีใดทำแทนเราได้เลย






ขอขอบคุณโรงเรียนไทรน้อย